01 พฤศจิกายน 2566

หนังสือพิมพ์ตาทันนิวส์ออนไลน์

ข่าวภูมิภาค
สทน.ร่วมประชุมคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำ จังหวัดกระบี่ ขอตั้งงบแผนปฏิบัติการด้านทรัพยากรน้ำ กว่า 4 พันล้านบาท
วันที่ 31 ตุลาคม 2566 ที่ห้องประชุมอ่าวลึก 
ศาลากลางจังหวัดกระบี่ นายสมชาย หาญภักดีปฏิมา รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่  รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัดกระบี่  ครั้งที่ 3/2566 
โดยมีนายธานี หะยีมะสาและ ปลัดจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วย ผู้แทนสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 4 , 10 หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนผู้ใช้น้ำภาคส่วนต่างๆและคณะอนุกรรมการฯเข้าร่วมประชุม
.
ที่ประชุมเป็นการพิจารณาการจัดลำดับความสำคัญแผนปฏิบัติการด้านทรัพยากรน้ำ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 มติที่ประชุมเห็นชอบให้ กำหนดค่าน้ำหนักของแต่ละเกณฑ์และจัดลำดับความสำคัญใหม่ ดังนี้�1.การจัดการน้ำอุปโภคบริโภค 35% �2.การสร้างความมั่นคงของน้ำภาคการผลิต 10%�3.การอนุรักษ์ฟื้นฟูระบบนิเวศ 15% �4.การจัดการน้ำท่วมและอุทกภัย 15%�5.การบริหารจัดการ 25% �        
ทั้งนี้ ฝ่ายเลขาฯ ดำเนินการ Sign off 2 ในระบบ Thai Water Plan ตามกำหนดเวลาภายในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2566 ซึ่งมีโครงการตามแผนปฏิบัติการด้านทรัพยากรน้ำ  ในพื้นที่จังหวัดกระบี่ จำนวน 395 โครงการ งบประมาณ 4,129.2638 ล้านบาท เป็นโครงการที่พร้อมดำเนินการ 268 โครงการและไม่พร้อมดำเนินการร้อยละ 27 โครงการ
สนับสนุนโดย
 รายงานข่าว

หนังสือพิมพ์ตาทันนิวส์ออนไลน์

ข่าวภูมิภาค
สนข.เข้าพบรองผู้ว่าฯกระบี่ หารือและรับฟังข้อมูลเบื้องต้น ลุยศึกษาถนนเลียบทะเลฝั่งอันดามัน "ระนอง-สตูล" วางแนวเชื่อมแหล่งท่องเที่ยวสร้างแลนด์มาร์กใหม่ 6 จังหวัด
วันที่ 31 ตุลาคม 2566 ที่ห้องประชุมราชสีห์ ศาลากลางจังหวัดกระบี่ นายอภิสิทธิ์ ภู่วราวุฒิพานิช หัวหน้ากลุ่มนโยบายและยุทธศาสตร์การขนส่งและจราจรในภูมิภาค
สำนักส่งเสริมระบบการขนส่งและจราจรในภูมิภาค สนข. นางสาวจิณณ์ณัฏฐ์ อมตเวทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการประชาสัมพันธ์และการมีส่วนร่วม พร้อมคณะได้เข้าพบหารือและรับฟังข้อมูลจาก นายสมชาย หาญภักดีปฏิมา รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่  รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ในการศึกษาความเหมาะสมเบื้องต้นและออกแบบแนวคิดเบื้องต้นเส้นทางท่องเที่ยวเลียบชายฝั่งทะเลอันดามัน ช่วงจังหวัดระนอง-สตูล(โครงการอันดามันริเวียร่า) โดย สนข.จะจ้างสำรวจออกแบบถนนเลียบทะเลใต้ฝั่งอันดามัน “ระนอง-สตูล” กว่า 600 กม. งบ 80 ล้านบาท ศึกษา 18 เดือน วางแนวเส้นทางเลียบทะเล 6 จังหวัด "ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง สตูล" เชื่อมแหล่งท่องเที่ยวและพัฒนาจุดท่องเที่ยวใหม่ เพิ่มจุดขายสร้างรายได้ให้ประชาชนในพื้นที่และประเทศ 
.
สำหรับโครงการศึกษาความเหมาะสมและสำรวจออกแบบเบื้องต้นเส้นทางท่องเที่ยวเลียบชายฝั่งทะเลภาคใต้ฝั่งอันดามัน ครอบคลุมพื้นที่ 6 จังหวัด
ได้แก่ ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ระยะทาง 600 กม. มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาเส้นทางถนนเลียบทะเลฝั่งอันดามันให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ ดังนั้น ต้องวางแนวใกล้หรือเลียบทะเล ให้มีจุดขายด้านการท่องเที่ยว และเป็นเส้นทางสำหรับการท่องเที่ยวที่พัฒนาขึ้นใหม่  มีมาตรฐาน สะดวก ปลอดภัย ซึ่งจะเป็นโอกาสในการสร้างแหล่งท่องเที่ยวของประเทศและสร้างรายได้ให้ประชาชนในพื้นที่
โดยที่ปรึกษาจะลงพื้นที่ประชุมสัมมนาและรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องใน 6 จังหวัดที่เป็นพื้นที่ศึกษาโครงการ 
.
“หลังการศึกษาออกแบบแล้วเสร็จ จะเสนอกระทวงคมนาคมและคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งจะมีการพิจารณามอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการพัฒนาต่อไป รูปแบบจะคล้ายกับที่กรมทางหลวง (ทล.) และกรมทางหลวงชนบท (ทช.) มีการพัฒนาเส้นทางถนนเลียบทะเลฝั่งอ่าวไทยฝนปัจจุบัน” 

สนข.ได้รับจัดสรรงบประมาณปี 2566 จำนวน 16.15 ล้านบาท และงบประมาณปี 2567 จำนวน 64.60 ล้านบาท ในการดำเนินการศึกษาวิเคราะห์ความเหมาะสมทางวิศวกรรมเศรษฐกิจ การเงิน และสิ่งแวดล้อม การพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเลียบชายฝั่งทะเลอันดามัน (ช่วงจังหวัดระนอง-จังหวัดสตูล)

โดยมีขอบเขตการศึกษา 8 ส่วน 
คือ 1. ศึกษาทบทวนผลการศึกษาและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาด้านคมนาคมทางบกเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวเรียบชายฝั่งทะเลอันดามัน 2. ศึกษาด้านการขนส่งและจราจร 3. คัดเลือกแนวสายทางและรูปแบบของถนนโครงการเบื้องต้น 4. ออกแบบแนวคิดเบื้องต้น (Conceptual Design) ของการพัฒนาโครงการทั้งแนวสายทางรูปแบบถนนโครงการพื้นที่รองรับการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ( New Landmark ) สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว5. จัดทำแบบเบื้องต้น (Preliminary Design) และประมาณราคามูลค่าโครงการ 6. ศึกษารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (IEE) 7. จัดทำแผนปฏิบัติการการพัฒนาด้านคมนาคมทางบกเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวเลียบชายฝั่งทะเลอันดามัน 8. ประชาสัมพันธ์โครงการและกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน

อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวจะเป็นการสนับสนุนการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันซึ่งพบว่าเป็นพื้นที่ที่มีรายได้จากการท่องเที่ยวสูงที่สุดรองจากกรุงเทพมหานคร หรือคิดเป็น 23% ของรายได้จากการท่องเที่ยวทั้งประเทศ ซึ่งจะศึกษาพัฒนาการเชื่อมโยงพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว เช่นอุทยานแห่งชาติแหลมสน จ.ระนอง, อ่าวนาง จ.กระบี่, เขาหลักจ.พังงา, อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จ.ตรัง, หาดนาใต้ จ.พังงา, อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตราจ.สตูล และพัฒนาแห่งท่องเที่ยวใหม่ๆ เพื่อให้มีมูลค่าเพิ่ม
สนับสนุนโดย
 รายงานข่าว

หนังสือพิมพ์ตาทันนิวส์ออนไลน์

ข่าวประชาสัมพันธ์
นายกฯ เศรษฐา นั่งหัวโต๊ะ บัญชางานยาเสพติด 
วางเป้าลดความรุนแรงปัญหายาเสพติดเพื่อประชาชน 
พร้อมถกแผนเร่งด่วน 1 ปี ลดผู้ป่วยจิตเวช
วันที่ 31 ตุลาคม 2566 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (บอร์ด ป.ป.ส.) ครั้งที่ 3/2566 ณ ห้องประชุมตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล โดยมี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายพรหมมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายเชิดชัย ตันติศิรินทร์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รักษาราชการแทน เลขาธิการ ป.ป.ส. นายธนากร คัยนันท์ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. นายมานะ ศิริพิทยาวัฒน์ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร รองเลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม

การประชุมในครั้งนี้ นับเป็นการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ส. เป็นครั้งแรกของรัฐบาลชุดนี้ และมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานด้วยตนเอง ต่างจากในอดีตที่เป็นรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับการมอบหมายเป็นประธาน โดยมีวาระประชุมที่รัฐบาลให้ความสำคัญและต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนคือ การลดผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติด และผู้ป่วยจิตเวชจากยาเสพติด ปฏิบัติการลดความรุนแรงของปัญหายาเสพติด ในระยะเวลา 1 ปี 

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวในที่ประชุมว่า คณะกรรมการ ป.ป.ส. ถือเป็นกลไกสำคัญทางนโยบายด้านยาเสพติดของประเทศ ตนจึงต้องการเห็นทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งในด้านการปราบปราม การป้องกัน การบำบัดรักษา ร่วมมือกันอย่างเต็มที่ในการลดความรุนแรงของปัญหายาเสพติด โดยตนจะนั่งหัวโต๊ะในการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ส. ผู้บัญชาการงานด้านยาเสพติดด้วยตนเอง เพื่อลดความรุนแรงของปัญหายาเสพติด

นายกรัฐมนตรี ยังได้กล่าว มอบแนวทางให้การทำงานบรรลุผลสำเร็จ อาทิ การยึดเป้าหมายร่วมกัน ไม่แยกกันทำ โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือลดความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้, การแก้ไขปัญหาความรุนแรงด้านจิตเวช-ยาเสพติด ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน, การสร้างความเข้าใจ เนื่องจากแนวทางการทำงานที่ใหม่ จึงต้องทำความเข้าใจทั้งส่วนกลางและพื้นที่ เพื่อความสำเร็จในการปฏิบัติ, การขยายการมีส่วนร่วมของชุมชน, การใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติดให้มากขึ้น รวมถึงให้มีการติดตาม และสรุปองค์ความรู้ใหม่ให้เป็น best practice เพื่อสร้างนวัตกรรมจากปฏิบัติการลดความรุนแรงของปัญหายาเสพติดนี้

ด้าน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึง การยกระดับการใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด เพื่อลดความรุนแรงของปัญหา ซึ่งที่ผ่านมาแม้จะมีการบังคับใช้แล้ว แต่เนื่องจากเป็นกฎหมายที่ปรับแนวคิดการแก้ไขปัญหายาเสพติด ยึดผู้เสพเป็นเป็นผู้ป่วยต้องช่วยเหลือ สร้างอาชีพ ผู้ค้าต้องถูกลงโทษและยึดทรัพย์ ซึ่งหน่วยงานและผู้บังคับใช้กฎหมายต้องเร่งปรับตัว ทำความเข้าใจ เพื่อให้การใช้กฎหมายสอดคล้องกัน และนำไปสู่ประโยชน์ได้เต็มที่

พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รักษาราชการแทนเลขาธิการ ป.ป.ส. ได้เสนอที่ประชุมให้กำหนดพื้นที่ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนโดยใช้มาตรา 5 (10) ของประมวลกฎหมายยาเสพติด ในการกำหนดพื้นที่ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนในการปราบปรามยาเสพติดตามแนวชายแดน เพื่อดำเนินการควบคุมเป็นพิเศษ เช่น ในพื้นที่ที่มีกลุ่มผู้ลักลอบมักใช้ลำเลียงยาเสพติดผ่านอย่างในจังหวัดพื้นที่ชายแดนภาคเหนือและพื้นที่ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการดังกล่าว

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า การแก้ไขปัญหายาเสพติด เป็นนโยบายที่สำคัญยิ่งของรัฐบาล ซึ่งผมได้ประกาศเป็นนโยบายที่จะลดปัญหายาเสพติดให้ได้อย่างเป็นรูปธรรม ภายในระยะเวลา 1 ปี ซึ่งเป็นเป้าหมายใหญ่ และท้าทายอย่างมาก หากทำได้สำเร็จผลมากเท่าใดจะลดความเดือดร้อนของประชาชนได้เท่านั้น 

--------- สนับสนุนโดย
 รายงานข่าว

ข่าวยอดนิยม สังคมสนใจ

หนังสือพิมพ์ตาทันนิวส์ออนไลน์

ข่าวภูมิภาค เชิญเที่ยว ช๊อป ชิม ริมบึงสามพัน(ถนนคนเดิน) ...